รีวิวหนัง Kursk – หนีตายโคตรนรกรัสเซีย

เรื่องย่อหนัง

หนัง Kursk หรือชื่อไทยว่า หนีตายโคตรแดนนรกรัสเซีย สร้างมาจากเรื่องเรือดำน้ำพลังงานจากปฏิกิริยานิวเคลียร์ K-141 ระเบิดและก็จมลงสู่ก้นมหาสมุทรกางเรนท์สเมื่อสิงหาคม ปี 2000 เป็ยเหตุให้ลูกเรือชาวรัสเซียเสียชีวิต 118 ศพ ลูกเรือที่รอดตายจากการปะทุ 23 คน จะต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดคุ้นเคย นาทีต่อนาทีก่อนที่จะอ็อกสิเจนจะหมด เพราะว่ารัฐบาลรัสเซียยังไม่ยอมรับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากรัฐบาลนานาประเทศ ทำให้ครอบครัวลูกเรือจำต้องต่อสู้กับระบบราชการเพื่อช่วยผู้ที่พวกเขารักหากแม้ช่องทางมันจะริบรี่ขนาดไหนก็ตาม


The film follows the 2000 K-141 Kursk submarine disaster and the governmental negligence that followed. As the sailors fight for survival, their families desperately battle political obstacles and impossible odds to save them.

วิภาควิจารณ์ หนัง

รีวิว – Kursk – หนีตายโคตรเมืองนรกรัสเซีย
— 6/10 —
หนังสร้างขึ้นมาจากความเป็นจริงที่น่าระทึกใจ
แม้กระนั้นโชคร้าย ที่ทำมาได้ไม่อินสักเท่าไหร่

ปัจจุบันที่พวกเราได้มองเห็นหนังเกี่ยวกับเรือดำน้ำก็คือเรื่อง Hunter Killer ที่เป็นหนังแอ็คชั่นแบบเต็มดูด ซึ่งมาในประเด็นนี้ Kursk จะไม่ใช่หนังแอ็คชั่นอะไร ถ้าแต่ว่ามันเป็นหนังดราม่า เอาชีวิตรอดในเรือดำน้ำต่างหาก ซึ่งมันผลิตจากความจริงที่เกิดขึ้นในปี 2000

หนังเกี่ยวกับเรื่องเกี่ยวกับการอัปปางของเรือดำน้ำ K-141 หรือ Kursk จุดเกิดเหตุระเบิดด้านในเรือขึ้น ทำให้เรือจำเป็นต้องจมลงสู่ก้นมหาสมุทร เหล่าลูกเรือก็ต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้ พร้อมทั้งเหตุการณ์บนบกของรัสเซียที่เคร่งเคลียด ที่มานะจะช่วยเหลือพวกเขา แต่ว่าก็ไม่ยอมรับการช่วยเหลือเกื้อกูลจากนานาประเทศอย่างสิ้นเชิง

หนังมีวิธีการการถ่ายทำที่แจ๋วดี เพราะว่ามีการเปิดเรื่องด้วยการใช้ขนาดภาพแบบ 4:3 เพื่อชี้ให้เห็นถึงความสนิทสนม ผูกพัน ของผู้แสดงต่างๆทั้งยังเหล่าลูกเรือ และก็ครอบครัว แต่ว่าเพียงพอหนังเล่าไปครู่หนึ่ง ที่จะต้องเป็นฉากเรือดำน้ำ หนังกลับขยายขนาดภาพให้กว้างขึ้นเป็น 2.35:1 เพื่อบ่งบอกถึงถึงความแตกต่าง ว้าเหว่ ของสมุทร แล้วก็หนังก็ค่อยกลับมา 4:3 ในส่วนท้ายเรื่อง เผื่อถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นที่มีผลต่อเหล่าครอบครัวถัดไป

หนังเปิดเรื่องด้วยการแสดงให้มองเห็นถึงความเกี่ยวเนื่องของเหล่าเพื่อนพ้องๆและก็ครอบครัว ที่เป็นลูกเรือของ Kursk อย่างผิวเผิน กระทั่งทำให้พวกเรามิได้รู้จักภูมิหลังของแต่ละนักแสดงสักเท่าไหร่ แถมยังส่งผลให้พวกเราไม่ผูกพันธ์กับผู้แสดงอะไรก็แล้วแต่ในเรื่องสักเท่าไหร่เลย รวมทั้งฉากดราม่าของหนังทหารซะส่วนใหญ่ เวลาเพศชายจะต้องออกไปรบ ไปออกเรือ ก็จะต้องมีซีนดราม่าทะเลาะเบาะแว้งหนักๆกับครอบครัว แม้กระนั้นหนังหัวข้อนี้ไม่มี หากมันมีหนังน่าจะสร้างจุดดราม่า ให้ผู้ชมได้เอาใจช่วยนักแสดงมากยิ่งกว่านี้จริงแท้แน่นอน

เรื่องในเรือดำน้ำยังทำออกมาได้พอได้ รวมทั้งมันก็ไม่มากพอที่จะทำให้กระทบอารมณ์ผู้ชมได้เท่าใดนัก หนังมีฉากเชื้อเชิญให้บีบคั้นกับลักษณะอากาศอันเหน็บหนาวของลูกเรือ ซึ่งดาราก็ถ่ายทอดมันออกมาก้าวหน้าพอเหมาะพอควร รวมทั้งฉากมุดน้ำไปพบของที่เชิญชวนให้ลุ้นระทึก บีบคั้นสุดๆ(รวมทั้งโน่นก็เป็นฉากเดียวที่รู้สึกลุ้นที่สุดในหนังแล้ว) ซึ่งด้วยเหตุผลดังกล่าว ทำให้สถานะการณ์ในเรือดำน้ำ ที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น มองเป็นเหตุที่อ่อนที่สุดในเรื่องไปซะเลย

มาถึงเหตุบนบกของครอบครัวกันบ้าง ถูกใจที่หนังบากบั่นสื่อให้มีความเห็นว่าเหล่าครอบครัวลูกเรือพวกนั้นจะทำเช่นไรเมื่อทราบว่าผัวของตนเองติดอยู่ในเรือดำน้ำที่อัปปาง ซึ่งส่วนตัวมีความรู้สึกว่าเหตุกลุ่มนี้ทำเป็นดีมากกว่าเรื่องราวในเรือดำน้ำเสียอีก แม้กระนั้นอย่างที่บอก หากหนังปูความเกี่ยวข้องและก็พาร์ทดราม่าหนักๆของครอบครัวให้มากยิ่งกว่านี้ พวกเราจะอินกว่านี้มากมาย

รวมถึงเหตุด้านการเมืองของรัฐบาลรัสเซียที่ไม่ยอมรับทุกการเกื้อกูลของนานาประเทศ แม้กระนั้นก็มีการยื่นมือมาช่วยของเพื่อนเก่าจากอังกฤษ ที่ได้ Colin Firth มาแสดงบทนี้ โน่นทำให้เขาเสมือนตัวประกอบตัวนึงที่ไม่มีอะไรให้น่าจำในหนังเลยแม้แต่น้อย โน่นเป็นจุดที่โชคร้ายมากมายๆเนื่องจากเขามิได้โชว์ความสามารถสำหรับการแสดงสักเท่าไหร่เลย

แต่ว่าหนังก็ยังมีฉากด้านหลังเรื่องที่เชิญอักอ่วนเหมือนกัน ซึ่งฉากนั้นพูดได้ว่าเจ๋งอย่างยิ่งจริงๆ

สรุปแล้ว Kursk เป็นหนังหนีตายในเรือดำน้ำ ที่ไม่ค่อยจะระทึกสักเท่าไหร่ แล้วก็พวกเราก็ไม่อินกับมันเลยนิดหน่อยเดียว ดราม่าก็ไม่ถึง ถือว่าโชคร้ายมากมายๆ

About the author